วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แฉชัดๆ จุดหรอยเนียนๆ Desert Camp

เชื่อว่าหลังจากที่อัพเดตแผนที่ Desert Camp ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆ คนคงจะได้เข้าไปสัมผัสแผนที่นี้กันบ้างแล้ว และน่าจะเป็นที่ถูกใจหลายๆ คน เพราะด้วยขนาดของแผนที่ที่เปิดโล่ง และมีเนินหินหลายๆ จุดที่ใช้เป็นเป็นจุดรุก และรับได้ แถมแผนที่นี้ยังมีขนาดเล็ก เรียกว่าเกิดปุ๊บก็เตรียมฉะกับฝ่ายตรงข้ามได้เลย เอาเป็นว่าสำหรับจุดปะทะหลักๆ นั้นผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เรามาดูจุดแอบเนียนของแผนที่นี้กันดีกว่า ขอบอกว่าเด็ด และช่วยดันเกมรุกให้ทีมได้อย่างดีทีเดียว

1. เนินหินข้างจุดเกิดทีมน้ำเงิน

     จุดนี้เรียกว่าเป็นจุดที่เหมาะกับทีมน้ำเงินที่สุด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดของทีมน้ำเงินเลย โดยเนินที่อยู่ด้านซ้ายมือนั้น จะสามารถเดินขึ้นไปได้ โดยจุดนี้หากหาจุดแอบนั่งดีๆ ศัตรูแทบจะไม่เห็นเราเลย ที่สำคัญมุมมองจากจุดนี้เราจะเห็นพื้นที่บริเวณที่เป็นเส้นทางบุกของสีแดง ได้แทบทุกทาง เริ่มแรกเลยคือ ตำแหน่งทางขึ้นเนินสูงที่อยู่ฝั่งทีมแดง (ซ้ายมือของทีมน้ำเงิน) รวมไปถึงทางเดินที่เป็นช่องแคบด้านขวามือก็เห็นได้ชัดเจน
     สำหรับจุดนี้เหล่าสิงห์สไนเปอร์จอมซุ่มน่าจะเป็นที่ถูกใจเพราะเป็น จุดที่สามารถดักเก็บ Kill ได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้ามาอยู่กัน 2 คน โดยคนหนึ่งดักยิงเนินของทางซ้าย และอีกคนดักยิงทางแคบด้านขวา เรียกว่าเป็นสองประสานที่ตัดกำลังทีมแดงได้สบาย

2. เนินสูงข้างฐานเกิดทีมแดง และน้ำเงิน

     บริเวณจุดเกิดของแต่ละทีม เมื่อหันหน้ามายังฝั่งตรงข้าม ด้านขวามือจะมีทางเดินขึ้นไปยังเนินสูง ซึ่งบริเวณบนเนินนี้จะมีแท่นหินใหญ่วางเป็นจุดๆ ซึ่งใช้เป็นที่กำบัง ดักซุ่มยิงได้เป็นอย่างดี สำหรับตำแหน่งนี้จะคล้ายๆ กันทั้งฝั่งทีมน้ำเงิน และทีมแดง จะแตกต่างกันนิดหน่อยก็ตรงที่ ตำแหน่งแท่นหิน อาจจะมีการสลับจุดบ้าง แต่โดยรวมแล้วประโยชน์ของทั้ง 2 ฝั่งจะไม่แตกต่างกันมาก
     ข้อดีของจุดนี้จะอยู่ที่สามารถมองเห็นทำเลด้านล่าง แทบทั้งหมด ตั้งแต่โซนกลางแผนที่, เนินสูงฝั่งตรงข้าม และบริเวณจุดเกิดของอีกฝ่าย เชื่อว่าจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่น่าจะมีขาหลอกมาใช้บริการเยอะพอดูเลยทีเดียว โดยเฉพาะเหล่าสิงห์ซุ่มจอมหรอย Kill ทั้งหลาย

3. เนินยาวฐานเกิดทีมแดง

     เป็นอีกจุดหนึ่งที่แนะนำสำหรับทีมแดงไว้ใช้ในจังหวะที่โดนศัตรูที่ อยู่บนเนินสูงของฝั่งน้ำเงินมาแอบยิงเก็บ Kill พูดง่ายๆ ว่าเป็นสถานการณ์ที่เรากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยเมื่อเริ่มเกิดมา ไม่ต้องมองหาที่แอบไกล วิ่งหลบเนินหินข้างจุดเกิดนี้ให้ไว โดยจุดนี้คุณสามารถใช้เป็นที่กำบัง และดักยิงสวนกลับเป้าหมายที่อยู่บนเนินสูงของทีมน้ำเงินได้เป็นอย่างดี
     สำหรับข้อดีอีกอย่างของเนินหินยาวบริเวณฐานเกิดทีมแดงยังมีอีกอย่าง ก็คือ หากโดนอีกฝ่ายกดดันอย่างหนัก ลองเดินถอยมาอยู่เนินหินด้านหลังของทีมแดง และเดินไต่ขึ้นไป รับรองว่าคุณจะได้จุดที่ใช้เป็นป้อมปราการไว้ต้านศัตรูที่บุกมาได้เป็นอย่าง ดี

สรุปความน่าสนใจ

     เป็นแผนที่ที่มีขนาดเล็กมากๆ ถ้าจะให้เทียบก็คงจะใกล้เคียงกับแผนที่ M-Station เลยทีเดียว ที่สำคัญด้วยพื้นที่ที่เป็นแบบเปิดกว้าง เชื่อว่าสงครามระเบิดลอยฟ้าข้ามทวีปกันสนั่นแน่นอน เพราะจากที่ได้ลองใช้ระเบิดปาจากจุดเกิดของทีมน้ำเงิน ไปยังอีกฝั่ง ปรากฏว่าระเบิดนั้นลอยไปถึงจุดเกิดของทีมแดงเลยทีเดียว (วิ่งแล้วกระโดดปา) ดังนั้นเป็นอีกหนึ่งแผนที่ที่เผลอไม่ได้แม้วินาที เพราะนอกจากคุณต้องงัดกลยุทธ์เพื่อสยบอีกฝ่าย ที่สำคัญเพราะมีเนินหินหลายจุดที่ใช้เป็นจุดซุ่มได้มากมาย จึงต้องระมัดระวังตัวอาศัยสายตา และการตื่นตัวตลอดเวลา
     ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งแผนที่ที่เหมาะน่าจะเป็นที่ถูกใจของหลายๆ คนแน่นอน สำหรับจุดที่นำมาแนะนำในฉบับนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ขอบอกว่าจากที่ได้ลองยังมีจุดหรอยแสบๆ อีกเยอะเลย เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสจะนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ชมกันอีก ฉบับนี้ต้องลาไปก่อน บะบาย
by LaFezTer

อภิเดช ศิษย์หิรัญ

อภิเดช ศิษย์หิรัญ หรือนายณรงค์ ทรงมณี เป็นนักมวยไทยคนเดียวที่มีลูกเตะเป็นอาวุธสำคัญสามารถชงเท้าเข้าก้านคอคู่ ต่อสู้แล้วไล่ลงมาถึงขาพับ 3 จังหวะด้วยความรวดเร็ว จนได้รับฉายา " จอมเตะแห่งบางนกแขวก " เป็นบุตรของนายพยอม ญาณประทีป (พ่อเลี้ยง) กับนางเสงี่ยม ทรงมณี (แม่จริง) มีอาชีพทำสวนมะพร้าว อภิเดชเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2484 ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที เหนือวัดเจริญสุขารามขึ้นไปเล็กน้อย
อภิเดช ศิษย์หิรัญ
อภิเดช

วัยเด็ก

ชีวิตในวัยเด็กเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งแต่มีความสามารถเล่นกีฬา ได้ดีแทบทุกชนิดโดยเฉพาะ ฟุตบอล ตะกร้อ กระโดดสูง ค้ำถ่อ และวิ่งจนเป็นนักกีฬาคนเก่งของเรียนวัดเจริญสุขารามวรวิหาร ไปแข่งที่ไหนจะต้องคว้าชัยชนะมาอวดทางบ้าน และเพื่อนนักเรียนเสมอไม่ชอบเที่ยวเตร่เหมือนวัยรุ่นคนอื่น
เมื่อ ศึกษาระดับประถมศึกษาขณะศึกษาระดับมัธยมศึกษาอยู่ที่โรงเรียน"เมธีชุณหะวัณ วิทยาลัย" ในชั้น ม. 2 ได้พบกับครูพละคนแรกของเขาคือ ครูสุพร วงศาโรจน์ ซึ่งมองเห็นหน่วยก้านเข้าทีดีจึงเริ่มสอนวิชากระบี่กระบอง พลอง และไม้สั้นให้ ต่อมาก็สอนแม่ไม้มวยไทยให้เมื่อเห็นว่าเป็นผู้มีความสนใจ

ขึ้นชกมวยไทย

อภิเดชซ้อมมวยอยู่เสมอ 3-4 เดือนต่อมา ก็ไปเปรียบมวยครั้งแรกที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นมวยประกอบรายการ และสามารถคว้าชัยชนะมาได้ หลังจากนั้นไม่ว่าจะมีงานวัด หรืองานวิก อภิเดชจะต้องขึ้นเวทีด้วยทุกครั้งจนวันหนึ่งที่จังหวัดราชบุรี นายเกษม เอี่ยมภิญโญผู้จัดรายการมวยกรุงเทพฯมาพบเข้าชอบใจในลีลาการต่อสู้จึงชวนไปชก มวยที่กรุงเทพฯโดยใช้ชื่อว่า "อภิเดช ลูกพรชัย "

เข้ากรุง

เมื่อขึ้นชกในกรุงเทพฯ ได้รับชัยชนะตลอดมาอภิเดชแพ้ครั้งแรกเมื่อชกกับ " โกมารเดช "โดยแพ้น็อค ในยกที่สองเพราะต่างคนต่างสับศอกเข้าใส่กันท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดัง กระหึ่มทั้งสนาม ผลปรากฏว่า โกมารเดชกระเด็นตัวลอยไปติดเชือก ส่วนอภิเดชโดนเข้าแสกคาง กระเด็นหัวน๊อคพื้น และแพ้น๊อคอีกครั้งให้สินชัย แต่สามารถล้มสินชัยได้อย่างสอนมวยในเวลาต่อมา
อภิเดชเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "อภิเดช ศิษย์หิรัญ"เมื่อ ครูสุพร วงศาโรจน์ พาไปฝากเป็นศิษย์ที่ค่ายมวย "ศิษย์หิรัญ" ของครูเกษม และ คุณองุ่น เอี่ยมภิญโญ ระยะนั้นชื่อ "อภิเดช" เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ พ.ศ. 2502 - 2506 เป็นช่วงที่อภิเดชโด่งดังในเชิงมวยไทย ชกชนะคู่ชกชั้นดีหลายคน เช่น บุกเดี่ยว ยนตรกิจ แดนชัย ยนตรกิจ เขียวหวาน ยนตรกิจ ราวี เดชาชัย เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต ได้ครองแชมป์มวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวททั้งเวทีลุมพินีและเวทีราชดำเนิน

ชกมวยสากล

หลังจากนั้น อภิเดช ศิษย์หิรัญได้หันไปชกมวยสากลในรุ่นเวลเตอร์เวท ชิงแชมป์มวยสากลทั้งเวทีราชดำเนินและลุมพินีเป็นผลสำเร็จทั้ง 2เวที และได้ขึ้นชกกับนักมวยต่างชาติ เอลิลิโอ อรันดาได้รับชัยชนะในยกแรกเป็นแชมป์ภาคตะวันออกอภิเดชขึ้นชกกับนักมวยสากล ระดับรองแชมป์โลก เพื่อลุ้นเข้าอันดับโลกแต่ไม่สำเร็จ พ.ศ. 2508 แพ้คะแนน ฟอร์ตูนาโต้ มันกา (อิตาลี) จากนั้นขึ้นชกป้องแชมป์ OPBF ชนะคะแนน คูโบ อูร่า จึงได้เข้าอันดับโลกเป็นรองแชมป์โลกอันดับ 10 ของสมาคมมวยโลก แต่หลุดจากอันดับเมื่อแพ้คะแนน วาเลอริโอ นูเนซ (อาร์เจนตินา) เมื่อ พ.ศ. 2509

ยุคร่วงโรย

อภิเดชเริ่มตกอับเมื่อชกมวยไทยแพ้น็อค แดนชัย เพลินจิต ยก 2 เมื่อ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2509 โดยอภิเดชถูกแดนชัยเตะตัดขาจนยอมแพ้ไป ผลจากการพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้อภิเดชถูกปลดจากตำแหน่งแชมป์มวยไทยและถูกกล่าวหาว่าล้มมวยด้วย ต่อมาต้นปี พ.ศง 2510 อภิเดชก็ไปเสียแชมป์ OPBF ที่ญี่ปุ่น
อภิเดชกลับมาสู้ต่อในแบบมวยไทย โดยคว้าแชมป์มวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวทของเวทีลุมพินีมาครอง จากนั้นข้ามไปชิงแชมป์เวทีราชดำเนินกับเดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต ปรากฏว่าถูกศอกแพ้แตกในยกที่ 2 ชิงแชมป์ไม่สำเร็จและถูกปลดจากแชมป์เวทีลุมพินีอีกด้วย จากนั้นอภิเดชกลับมาชกมวยสากลอีก ขึ้นชกนอกรอบกับ กิม กีซู แชมป์โลกรุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวทชาวเกาหลีใต้ แต่อภิเดชเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอีก
ในช่วง พ.ศ. 2511 - 2512 อภิเดชหันกลับมาชกมวยไทยอีก ชนะนักมวยชื่อดังจนมีชื่อเสียงอีกครั้ง จนแพ้น็อค คงเดช ลูกบางปลาสร้อย เมื่อ พ.ศ. 2512 จึงพบกับความตกต่ำอีกครั้ง จนแขวนนวมไปเมื่อ พ.ศ. 2514 อภิเดช หายไปจากวงการมวยอยู่หลายปี และกลับมาชกอีกเมื่อ พ.ศ. 2518 แต่ไม่รุ่งเรืองเหมือนเดิม ชกแพ้มากกว่าชนะ กระทั่งขึ้นชกครั้งสุดท้ายเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2520 แพ้คะแนน เซียนโหงว ศิษย์บางพระจันทร์ อภิเดชจึงแขวนนวมไป ไม่ได้ขึ้นชกมวยอีกเลย
หลังแขวนนวม อภิเดชไปประกอบอาชีพค้าขายมะพร้าว กับภรรยาและลูกอีก 3 คนอยู่ที่ห้วยขวาง ปัจจุบันเขามีอายุ 64 ปีและหวนกลับมาสู่วงการมวยด้วยการเป็นเทรนเนอร์ให้กับนักมวย คณะ " แฟร์เท็กซ์ " ต่อมา เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2548 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดพิธี ได้จัดพิธีเชิดชูเกียรติ และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ" อภิเดช ศิษย์หิรัญ" เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด เพื่อเป็นการยกย่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้ไปศึกษาเป็นแบบอย่าง เพราะ อภิเดช ศิษย์หิรัญ ได้สร้างชื่อเสียงด้านกีฬาให้กับจังหวัดสมุทรสงครามและประเทศไทยเป็นที่ รู้จักของชาวต่างชาติเป็นระยะเวลาถึง 11 ปี (พ.ศ. 2503-2514 ) จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน อภิเดชยังทำคุณประโยชน์ให้กับมวยไทย โดนเป็นนายกชมรมนักมวยไทยเก่า หาเงินช่วยนักมวยไทยเก่าอย่างต่อเนื่อง

เกียรติประวัติ

  • แชมป์มวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวททั้งเวทีลุมพินีและเวทีราชดำเนิน
  • แชมป์ประเทศไทยรุ่นเวลเตอร์เวท
    • ชิง 21 พฤษภาคม 2507 ชนะน็อค ศรีสวัสดิ์ ศิษย์ ส.พ. ยก 10
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 30 มิถุนายน 2507 ชนะน็อค อดิศักดิ์ อิทธิอนุชิต ยก 2
    • สละแชมป์
  • แชมป์ OPBF รุ่นเวลเตอร์เวท
    • ชิง 7 มกราคม 2508 ชนะน็อค อีลิซิโอ อรันดา (ฟิลิปปินส์) ยก 1 ที่เวทีราชดำเนิน
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 3 ธันวาคม 2508 ชนะคะแนน คูโบ อูรา (ญี่ปุ่น) ที่ ญี่ปุ่น
    • เสียแชมป์ 8 มกราคม 2510 แพ้น็อค มูซาชิ นาคาโน (ญี่ปุ่น) ยก 8 ที่ โตเกียว ญี่ปุ่น

ยุทธการพรางตัว ซุ่มเนียน เซียนสังหาร

ในสมรภูมิรบสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำศึกก็คือ การเอาตัวรอด และสังหารฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในยุทธวิธีนั้นก็คือการพรางตัวนั่นเอง ใช่แล้วครับ การพรางตัวไปกับสภาพแวดล้อมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นของสนามรบ ดังนั้นในวันนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปศึกษาเทคนิคนี้กัน

การพรางตัว

     บอกตรงๆ เลยว่า ลักษณะของเกม PB นั้นไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการพรางตัวมากนัก เหตุเพราะเกม PB เป็น การทำศึกในสนามรบที่หลากหลาย และแผนที่ที่ผู้เล่นนิยมเล่นกันส่วนใหญ่ไม่กว้าง ประกอบกับการดำเนินเกมที่รวดเร็ว ทำให้การพรางตัวไม่ได้ถูกนำมาใช้กับเกมนี้บ่อยนัก แต่ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้เลย โดยในก่อนอื่น เราลองมาดูกันว่าเราจะพรางตัวกันยังไง

CT-Force

     หน่วยรบของฝ่ายทหารรัฐบาลนั้นจะเป็นชุดของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เป็นโทนสีนํ้าเงิน ไม่ใช่สีดำ มันอาจถูกมองว่าการพรางตัวอาจทำได้ยากเสียหน่อย แต่ก็ใช่ว่าทำไม่ได้ เพราะแผนที่ในเกมกว่าครึ่งนั้นจะเป็นในเมือง และหน่วยรบนี้จะสามารถเนียนไปกับฉากในที่มืดๆ ได้ เช่น ตามเงาใต้อาคารหรือฉากที่มีสีใกล้เคียงกัน

Free Rebels

     ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ชุดถูกออกแบบมาสำหรับสถานที่นอกเมือง หรือที่รกร้างอย่าง Desert Camp อย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะชุดออกโทนสีนํ้าตาล ทำให้หน่วยรบนี้เนียนไปกับแผนที่ และฉากบางฉาก อย่างในรถเข็นในแผนที่กีรัน ซึ่งสามารถอยู่ได้เนียนจนอีกฝ่ายอาจมองไม่ออกก็ได้

การพรางตัวของตัวละครหญิง

เทียบให้ดูเลย
     สำหรับตัวละครหญิงนั้นหากใครคิดว่าไม่สามารถพรางตัวได้ละก็คิดผิด คิดใหม่ได้ เพราะหลายคนอาจมองว่า พวกเธอโชว์สะดือทำให้ทั้งสีเนื้อและสีชุดมันไม่เข้ากัน แต่ที่แท้จริงแล้วผิด เพราะร่างกายของพวกเธอที่ผอมเรียวบางเนี่ยแหละ ที่ทำให้เนียนไปกับฉากได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ต้องรู้จุดด้วย เช่น ข้างๆ เสา หรือ ใต้เงาไม้ เป็นต้น

ระยะทางก็มีผล

     ในระยะไกลนั้น ยิ่งไกลมาก ก็ยิ่งมองยาก เพราะว่าฉากต่างๆ มันจะกลมกลืนไปกับชุด แน่นอนว่ามันอยู่ที่ว่าคุณเลือกฝ่ายและด่านถูกไหม เช่น ถ้าจะเอาเรดร็อก แต่ดันเล่นทีมนํ้าเงิน ซึ่งอีกฝ่ายก็ต้องมองเห็นอยู่ดี ดังนั้น ระยะทางจึงเป็นอีกกลไกสำคัญต่อการมองเห็นของอีกฝ่าย
หาเจอไหมอิอิ

วิธีการพรางตัวให้เนียน

     หลักในการพรางตัวเพื่อหลอกล่ออีกฝ่ายนั้นไม่ยาก แต่ต้องรู้หลัก เพราะถ้าคุณรู้หลักมันแล้ว คุณจะสามารถเอาข้อนี้มาเป็นปัจจัยที่ทำให้ทีมตนเองได้เปรียบในทันที

รู้จุดที่ต้องพรางตัว

     คุณต้องรู้ได้ว่าด่านไหนเหมาะที่จะพรางตัว และมีมุมไหนบ้างที่เราพรางตัวได้ แม้ว่าการพรางตัวส่วนใหญ่จะเน้นที่สไนเปอร์ แต่ถ้าคุณรู้หลัก แอบเนียนเงียบๆ รอให้อีกฝ่ายเดินผ่านตัวคุณไป แล้วเดินไปตุ๋ยต่อก็ได้

หน้ากาก

     หน้ากากส่งผลได้ทั้งดีและเสีย ซึ่งหน้ากากบางชิ้นถือว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการพรางตัวได้ดี แต่บางชิ้นกลับเป็นจุดดึงดูดศัตรูได้ง่าย เช่นหน้ากากเป้า หรือหน้ากากสีชมพู ที่ทำให้สีเด่นสะดุดตาอย่างชัดเจน ดังนั้นเลือกอันที่พรางตัวไปกับชุดให้มากที่สุด

อาวุธปืน

     ถ้าจะเน้นพรางตัวจริงๆ แต่อย่างน้อยๆ หากถืออาวุธที่สีใกล้เคียงกับตัวละคร ก็ทำให้อีกฝ่ายดูไม่ออกว่าคุณกำลังถืออาวุธอะไรอยู่ เช่น ถ้าคุณเล่นทีมนํ้าเงิน ก็หาปืนมีสีทึบๆ มืดๆ มาใส่ เป็นต้น
     มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับในเกมที่เน้นความไวอย่าง PB แต่อย่างไรก็ตาม การพรางตัวก็เป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีในการรบ ดังนั้นหากคุณรู้วิธีใช้มัน ไม่แน่ อาจทำให้คุณได้เปรียบขึ้นมาทันตาเห็นก็ได้นะคร้าบ
By ป่านคุง

อัพเกรดยศให้พุ่งกระฉูด

เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นตอนที่เกมเพิ่งเริ่มเปิด จนมาถึงตอนนี้ หนึ่งในคำถามที่มีคนถามมามากก็คือ ทำยังไงที่จะทำให้ยศเราขึ้นไวๆ (แน่นอน ปืนระดับเทพหรือ ปืนทองที่จำกัดยศใครๆ ก็อยากได้) แต่สำหรับยศของเกม Point Blank เองก็ใช่ว่าจะเก็บได้ง่ายๆ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปชมวิธีที่จะสามารถช่วยทำให้ปั๊มยศได้ไวมากขึ้นครับ

กิจกรรมในเกม

     เกม Point Blank จัดได้ว่ามีกิจกรรมให้เราเล่นกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นตามงานเทศกาลหรือด่านใหม่อย่างเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่า หลังจากที่มีการอัพเดตแผนที่ใหม่ซึ่งก็คือ Kick Point ก็มีกิจกรรมเพิ่ม EXP เมื่อมาเล่นแผนที่นี้ (จะเรียกว่าเป็นธรรมเนียมของแผนที่มาใหม่ก็ว่าได้นะ และรวมไปถึงกิจกรรมบวก EXP ชดเชยให้กรณีที่เซิร์ฟเวอร์มีปัญหา โดยจะมีกิจกรรมให้ตลอด สิ่งที่เพื่อนๆ จะต้องทำก็คือ ลองตามข่าวกันให้ดีๆ ครับว่าจะมีช่วงไหนบ้างที่ทีมงานจะจัดกิจกรรมให้บ้าง และร่วมกิจกรรมบ่อยๆ เท่านั้นเองครับ

บัตรภารกิจ

     นอกจากยศ และเงินที่ต้องการในการซื้ออาวุธชั้นสูงแล้วนั้น ฉายาเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถปลดล็อกซื้ออาวุธได้ โดยบัตรภารกิจนั้นก็จะมีทั้งที่ซื้อและมาในโอกาสพิเศษ แต่ละอย่างก็จะมอบ EXP ให้ต่างกัน อย่าง ภารกิจตีฝ่า สนับสนุน หรือแทรกซึม จะให้ EXP 2,050 และบัตรภารกิจจู่โจมพิเศษก็จะให้ EXP 2,130 ส่วนบัตรภารกิจพิเศษนั้นก็จะให้ EXP แตกต่างกันออกไปครับ

ไอเทมมอลล์

     วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ การเติมเงินซื้อไอเทมเพื่อปั๊ม EXP ได้ไว และแหล่มที่สุด โดยหลักๆ แล้วของที่จะปั๊ม EXP ให้ (ไม่รวมเงิน Point) นั้น จะมีของทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่

EXP Up

     ไอเทมบวก EXP นั้นจะมีสองอย่าง นั่นก็คือ Double Up ที่จะบวกให้ 130% และทีเด็ดก็คือ EXP +200% โดยจะเป็นการแบ่งช่วงเวลา โดยคุณต้องเลือกช่วงเวลาที่คุณจะเล่นบ่อยที่สุด ได้แก่ 6.00-12.00 , 12.00-15.00 , 12.00-18.00, 15.00-18.00, 18.00-21.00, 21.00-24.00, 24.00-6.00 และ 24 ชั่วโมงครับ แต่ละใบราคาจะแตกต่างกัน ดังนั้นนอกจากจะต้องเลือกหาซื้อมาใช้ให้ตรงกับช่วงเวลาที่เรามีเวลาเล่นแล้ว ควรเลือกอันที่เหมาะกับน้ำหนักกระเป๋าเงินเราที่สุดเพื่อประหยัดเงินด้วยนะ ครับ

ตัวละคร

     ตัวละครพิเศษของ Free Rebels หรือก็คือทีมแดง ดีฟอกซ์ และเจ้าหน้าที่หน่วย CT-Force ทีมนํ้าเงิน ลีโอพาร์ต ตัวละครหนุ่มสองคนนี้จะบวกค่า EXP ให้ 20% ครับ แต่ต้องจำไว้ว่าถ้าซื้อแค่คนเดียว ก็จะได้ EXP แค่เล่นฝ่ายเดียว ดังนั้นก็ไม่แน่เสมอไปว่าเราจะได้เล่นในฝ่ายที่เรามีตัวละครพิเศษนั้นอยู่ เสมอไป แนะนำว่าถ้าอยากเอาชัวร์ก็หามาใช้ทั้ง 2 ตัว จะได้มีเล่นทั้งสองฝั่งนะครับ

ปืนพิเศษ

     รายชื่อปืนต่อไปนี้ผมได้รวบรวมไว้ให้หมดแล้วนะครับว่าปืนกระบอกไหน บ้างที่จะได้รับ EXP และ Point เพิ่ม และกระบอกละเท่าไหร่ ซึ่งปืนเหล่านี้จะบวก EXP เสริมเข้าไปให้แบบอัตโนมัติหลังจากที่เล่นจนจบเกมนั้นๆ เลยครับ จะมีกระบอกไหนบ้างมาชมกันเลยครับ
     สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณต้องการบวก EXP เต็มพิกัดละก็ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคือ 1. ตัวละคร, 2. ปืนพิเศษ, 3. บัตร EXP และ 4. ทำภารกิจ และร่วมกิจกรรม EXP & Point + ของที่ทีมงานจัดเอามาให้ รับรองว่า EXP ของคุณกระฉูดปรู๊ดปร๊าดแน่นอนครับ (ง่ายๆ ก็คือด่านใหม่เนี่ยแหละ มีกิจกรรมบวกแน่ๆ) เอาละไปก่อนนะครับ เจอกันฉบับหน้าเน้อ
By ป่านคุง

ไขกระจ่างความลับสมรภูมิเสือดำ Black Panther

เชื่อว่าหลายๆ คนที่เข้ามาเล่น Point Blank ในแผน Black Panther บางคนก็อาจจะเล่นอย่างเดียวโดยไม่ได้เอะใจถึงบางอย่างในแผนที่นี้ แต่บางคนก็อาจจะเจอ และมีคำถามเกิดขึ้นในใจกันบ้างแล้ว ซึ่งในตอนนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาไขความลับของสมรภูมิเสือดำ Black Panther กัน ขอรับกระผม

1.ในด่านนี้มีอะไรบ้างที่ยิงทะลุได้

      แผนที่นี้มีแค่ 2 จุดเท่านั้นเองครับที่สามารถยิงทะลุได้ นอกนั้นไม่มีอะไรยิงทะลุได้ ซึ่งนั้นก็อาจเป็นเพราะเป้าหมายสูงสุดของด่านนี้ก็คือระเบิดรถถังเท่านั้น ไม่เน้นให้มาไล่ยิงกัน
ทะลุได้แต่ไร้ประโยชน์
อีหรอบนี้ไม่ทะลุไม่รู้ว่าไงละ
      ส่วนจุดที่ยิงทะลุนั้นจะมี ประตูตะแกรงเหล็ก ตรงหน้าฐานเกิดทีมแดง (ใช้ M4A1 ยิง 1 นัด เลือดลด 16) และช่องลม ตรงห้องเก็บอาวุธของรถถัง A เท่านั้นครับ (ตรงนี้ เลือดลด 11 ครับ) แน่นอนว่าสองจุดนี้แทบไร้ประโยชน์เอามากๆ ในการเล่นจริง ดังนั้นอาจจะไม่ต้องใส่ใจมากครับ ส่วนกระจกตรงแถวๆ รถถัง A นั้น ยิงไม่ทะลุครับ

2.ระยะเวลาในการเกิดของปืน

      ใครไม่สงสัยผมไม่รู้ แต่ผมสงสัย ว่าเจ้าปืน K-201 กับ RPG ที่อยู่ในห้องเก็บอาวุธนั้น จะเกิดมาตอนไหนเมื่อมีคนเก็บไปแล้ว จึงได้ทำการทดสอบดูครับ ผลจากการลองสังเกตนั้น ทั้ง K-201 และ RPG นั้น ใช้เวลาเหมือนกันทั้งคู่ในการเกิดมาให้เราเก็บใหม่ กรณีที่เก็บไปแล้ว และคนที่เก็บยังไม่ตายหรือไม่โยนปืนทิ้ง ปืนจะกลับมาใหม่ใน 1 นาทีครับ กรณีถ้าปืนที่ถูกเก็บไป เจ้าของถูกยิงตายหรือโยนปืนทิ้ง ปืนจะกลับมาใน 55 วินาทีครับ (เร็วกว่า 5 วิ) ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่า จะไม่มีปืนใช้ในกรณีที่โดนเพื่อนในทีม หรืออีกฝ่าย หยิบไปใช้หมดทั้งคลังแสง แน่นอนว่าถ้าไม่อยากรอ ในแผนที่นี้ก็คลังแสงถึง 2 จุด ให้สามารถไปเก็บอาวุธมาใช้ได้นะครับ

3.อาวุธแบบไหนทำลายรถถังได้ดีที่สุด

      บางคนก็บอกผมว่า RPG ไง ที่ยิงแล้วลดเลือดรถถังเยอะที่สุด แต่แน่นอนว่าในการเล่น คนเล่นทุกคนจะไม่มีสิทธิถือ RPG ได้ทุกคนอยู่แล้ว และส่วนมากก็มักจะเอาปืนกลไปยิงกัน แต่ปืนแบบไหนล่ะที่สามารถทำลายรถถังได้ดีที่สุด วิธีการทดสอบที่ง่ายที่สุดก็คือ ลองมายิงดูทีละนัดกันเลยครับ
*หมายเหตุ-ขีดสีแดงขีดคือความเสียหายที่เกิดกับรถถัง

สรุป

อาวุธที่ทำลายรถถังได้แย่ที่สุด - ปืนพกทั่วไป , สไนเปอร์
อาวุธที่ทำลายรถถังได้ดีที่สุด - RPG และ ปืนลูกซอง
      จากเท่าที่ผมทดสอบ กรณีของปืนลูกซองนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในระยะไกลแค่ไหน ก็สามารถลดเลือดของรถถังได้เยอะมากๆ ในขณะที่สไนเปอร์ที่ควรจะแรงพอๆ กัน กลับทำลายล้างได้ห่วยที่สุด ส่วนปืนพกนั้น ถ้าจะใช้ก็ต้องเป็นปืนพก C. Python เท่านั้นที่จะทำลายรถถังได้ดีเยี่ยม ในขณะที่ปืนพกกระบอกอื่น ต้องยิงถึง 2 นัด ถึงจะเท่ากับ 1 นัดของ C. Python แน่นอนว่ารวมไปถึงปืนไรเฟิลอย่าง M4A1 S. ที่ต้องยิง 2 นัด ถึงจะเท่ากับ 1 นัดของ C. Python ส่วน AK74 หรือปืนโหดๆ อย่าง AUG A3 ไม่ต้องคิดมากเลย 1 นัดก็ลดได้เท่ากับ 1 นัดของ C. Python ครับ
ส่วนของระเบิดนั้น ทั้งระเบิด M400 กับระเบิดที่ยิงมาจากเครื่องยิงระเบิดของปืน K-201 นั้นกลับทำลายรถถังได้ห่วยพอดี แนะนำว่าไม่ควรเอาระเบิดปาใส่รถถัง เอาไปปาคนคุ้มกว่า ส่วนสไนเปอร์นั้น กระสุนก็น้อย ยิงก็โดนน้อย เอาไปยิงคนเหอะ จึงทำให้การทำลายรถถังนี้ตกเป็นแชมป์อย่าง RPG และ ลูกซอง ครับ
3 ข้อสงสัยนี้คงตอบโจทย์ทุกความสงสัยของด่านนี้ได้แล้วนะครับ ซึ่งสำหรับข้อที่ 2 กับ 3 นั้น ท่านสามารถนำความรู้เรื่องทริกนี้ไปใช้กับด่านอื่นในโหมดทำลายวัตถุเป้าหมาย ได้อีกด้วย
By ป่านคุง

FAMAS G2 โหด เร็ว พลิ้ว รัวสนั่น ม้ามสะเทือน

อาวุธในครั้งนี้ก็คือ FAMAS G2 ซึ่งมีให้เลือกใช้ถึง 4 รุ่น ด้วยกัน สำหรับหลายๆ คนที่ได้ลองสัมผัสแล้วคงจะรู้ถึงทีเด็ดของปืนกระบอกนี้กันบ้างแล้ว แต่สำหรับผู้เล่นที่ยังไม่มีไว้ครอบครอง ในวันนี้ผมจะมาเผยความสามารถของปืนกระบอกนี้ให้ได้ชมกันครับ

FAMAS G2

        นี่คือปืนตัวต้นแบบ ซึ่งจะไม่มีออพชั่นใดๆ ซึ่งจุดเด่นของปืนกระบอกนี้อยู่ที่ปืนมีน้ำหนักเบา และรัวกระสุนได้เร็วมากๆ ที่สำคัญมีแรงดีดน้อยทำให้ยิงได้นิ่ง ข้อเสียคงมีอย่างเดียวนั้นคือ ความแรงที่ดูจะน้อยไปหน่อยครับ
       

FAMAS G2 Commando

        อัพเกรดให้สามารถบู๊ในระยะกลางให้ดีขึ้นด้วยการติดกล้อง Dotsight เพิ่มประสิทธิภาพในการสังหารระยะกลางได้ดีมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องมาก็คือน้ำหนักที่มากขึ้น (นิดนึง) แต่จากการทดสอบความคล่องตัวก็ดูจะไม่ค่อยมีผลอะไรมากนัก

FAMAS G2 Sniper

        เสริมความสามารถในการสังหารจานะยะไกล ด้วยการติดกล้องซูมแบบ Sniper ซึ่งข้อดีก็คือสามารถซูมระยะไกลได้ชัด แถมยังยิงได้รัวเพราะเป็นปืนกล เพิ่มโอกาสสังหารเป้าหมายที่อยู่ไกลได้สูงมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ แม้จะมีกล้องแบบสไนเปอร์ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นปืนกลอยู่ดี ซึ่งก็จะมีระยะยิงที่จำกัดอยู่ หากเกินระยะที่กำหนด ความแรงของปืนก็จะลดลง (จากปกติก็เบาอยู่แล้ว) ข้อเสียอีกอย่างก็คือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งการเคลื่อนที่จะช้าลงชัดเจนมากขึ้นเมื่อเทียบกับ FAMAS G2 ปกติ

FAMAS G2 M203

        สำหรับสาวกปืนสุดโหดอย่าง K-201 พลาดไมได้กับปืน FAMAS G2 M203 กระบอกนี้ เพราะมีลูกเล่นในการยิงลูกระเบิดจากตัวปืนได้เหมือน K-201 แน่นอนว่าในระยะใกล้ โอกาสสังหารเป้าหมายแทบจะเป็น 100% นอกจากนี้ตัวปืนยังติดกล้องแบบ Dotsight จึงมีความสามารถในการสังหารศัตรูในระยะกลางสูงเช่นกัน ซึ่งถ้าเทียบกับ K-201 แล้ว ตัวปืนกระบอกนี้ถือว่าเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความนิ่ง และความเร็วในการรัวกระสุน และความคล่องตัว ข้อเสียของปืนกระบอกนี้ก็คือมีน้ำหนักที่เยอะกว่า FAMAS G2 ปกติพอสมควรเลยทีเดียว

ผลการทดสอบ

        การทดสอบประสิทธิภาพของปืนกระบอกนี้ด้วยวิถีกระสุนในระยะใกล้ นั้นตัวปืนจัดว่ารัวกระสุนได้เร็วมากๆ โดยกระสุนจะดีดขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นจะเกาะกลุ่มชนิดแทบไม่เห็นข่องว่างเลยทีเดียว
        ในส่วนของระยะไกล ก็ทำผลงานได้ดี แม้ปืนจะดีดขึ้นพอบ้าง แต่กระสุนนั้นจะเกาะกลุ่มวนอยู่ตลอด ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าในระยะไกลปืนกระบอกนี้ก็ใช้งานได้ดีพอควรเลย
        ในการกดยิงกราดแบบเดินสลับซ้าย ขวา กระสุนจะดีดขึ้นเล็กน้อย จากนั้นกระสุนจะอยู่แนวเดียวกันตลอด ซึ่งในจังหวะเจอเป้าหมาย หากเล็งให้ยิงอยู่บริเวณหน้าอกของศัตรู กระสุนมีโอกาสดีดเข้าหัวเป้าหมายกว่า 80-90% เลยทีเดียวครับ (จากที่ทดสอบมา)
        สำหรับความแรงของปืนกระบอกนี้ผมได้ทำการทดสอบความแรงเมื่อยิงใส่ แต่ละจุดของร่างกาย ถือว่าไม่แรงมากนัก ซึ่งปืนในตระกูล FAMAS G2 ทั้ง 4 ชนิด ความแรงจะเท่ากันหมด แต่สำหรับปืน FAMAS G2 Sniper เมื่อยิงเกินระยะยิงปกติ ความแรงจะลดลงประมาณ 2 จากความแรงปกติครับ
        เป็นปืนอีกกระบอกที่น่าจะเป้นที่ชื่นชอบสำหรับผู้เล่นที่ชอบลุย เป็นแนวหน้า เอาเป็นว่าใครอยากลองสัมผัสปืนกระบอกนี้ก็สามารถหาซื้อมาใช้กันได้แล้วนะ ครับ ฉบับนี้ลาไปก่อน บะบาย

สุดยอดไรเฟิลขั้นเทพ FAMAS G2 VS. AUG A3


        คิดว่าหลายคนคงได้ซื้อปืน FAMAS G2 มาลองเล่นกันแล้วนะครับ ก็ถือว่าเป็นไรเฟิลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้มีการอัพเดตเข้ามาในบ้านเรากันเลยที เดียว ทีนี้รูปแบบความสามารถของ FAMAS G2 นี้เรียกได้ว่าคล้ายคลึงกับ AUG A3 ดังนั้นวันนี้เราจะมาวิเคราะห์เปรียบเทียบปืนทั้ง 2 กระบอกนี้กัน ว่าใครเทพกว่าครับ

วิเคราะห์ความสามารถ

        ก่อนอื่นเลยเรามาดูกันที่ค่าสแตทของปืน FAMAS G2 และ FAMAS G2 กันซะก่อน จะเห็นได้ชัดๆ เลยว่าค่าสแตทของปืนทั้ง 2 กระบอกนี้ คล้ายคลึงและใกล้เคียงกันมาก แต่จะมีแตกต่างกันบ้างบางจุดเช่น AUG A3 จะแรงกว่า ส่วน FAMAS G2 นั้นจะลั่นกระสุนเร็ว, น้ำหนักเบา และความแม่นยำสูงกว่า

ความแรง

        อันนี้แน่นอนว่า AUG A3 นั้นเหนือว่า FAMAS G2 ชัดเจนมาก ซึ่งความแรงของทั้ง 2 กระบอกนี้จะต่างกันประมาณ … ครับ

ความเร็วในการลั่นกระสุน

        แม้จะเห็นว่าค่า FireRate หรือการลั่นกระสุนของ FAMAS G2 จะดีกว่า AUG A3 เพียงแค่ 1 ขีด แต่จากที่ได้ทดสอบแล้วความเร็วในการลั่นกระสุนของ FAMAS G2 นั้นจะทำได้อยู่ประมาณ 2.6-2.7 วินาที (25 นัด) ส่วนปืน AUG A3 นั้นความเร็วในการลั่นกระสุน 25 นัดจะอยู่ที่ 3.0-3.1 วินาที (25 นัด) ซึ่งระยะห่างกัน 0.4-0.5 วินาทีนี้ ถือว่ามีผลมากในเกม FPS ที่ตัดสินกันเพียงไม่กี่อึดใจ
       

ระยะใกล้

        เมื่อเทียบกันที่ระยะใกล้แล้ว จะสังเกตได้เลยว่า แรงดีดของ AUG A3 จะสูงกว่า FAMAS G2 ซึ่งกระสุนนั้นจะดีดสูงขึ้นไปอีก 1 เท่า เลยทีเดียว และหลังจากที่ปืนดีดแล้วกระสุนของปืน AUG A3 จะฉีกออกทางไปขวา แต่ของ FAMAS G2 จะออกทางซ้ายก่อนค่อยออกขวา

ระยะไกล

        พอมาดูกันที่ระยะไหลแล้ว เรียกว่าเห็นวีถีกระสุนที่แตกต่างกันชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปืน AUG A3 นั้นจะมีแรงดีดที่สูงจนวิถีกระสุนดีดไล่ขึ้นไปเป็นเส้นแต่จะออกไปทางขวากว่า 8-9 นัด จากนั้นกระสุนจะเริ่มเกาะกลุ่มกันสับ แต่เมื่อหันมาดูกระสุนของ FAMAS G2 แล้ว วิถีกระสุนนั้นนอกจากจะมีแรงดีดที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน แม้จะออกซ้ายไปบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่ากระสุนยังกระจุกกันเป็นกลุ่มก้อน ดังนั้นจึงทำให้ยิงโดนเป้าหมายได้มาก

เดินยิงสลับ ซ้าย-ขวา

        จากการทดสอบเดินยิงสลับ ซ้าย-ขวา ปืน AUG A3 นั้นวิถีกระสุนจะค่อยๆ ไล่ดีดสูงขึ้นประมาณนัดที่ 7-8 กระสุนจึงจะหยุดดีด เมื่อเทียบกับ FAMAS G2 แล้ว กระสุนที่ยิงออกไปจะดีดขึ้นเพียงครึ่งเดียวของ AUG A3 จากนั้นจะหยุดดีด

สรุป

        จากที่ทดสอบปืนทั้ง 2 กระบอกบอกได้เลยว่า FAMAS G2 นี้มีแววว่าจะสามารถมาแทนที่ AUG A3 ได้ไม่ยากเลย เพราะด้วยความเร็ว, แรงดีดต่ำ และความแม่นยำสูง แถมยังควบคุมปืนได้ง่ายมากๆ แม้ว่าจะมีความแรงที่น้อยกว่าก็ตาม แต่ก็ดูจะไม่มีผลมากนัก เพราะเกมนี้แม้ปืนจะยิงเบาแค่ไหนแค่ขอ 1 นัดเข้าหัวก็จบข่าว ซึ่งด้วยความสามารถของ FAMAS G2 นี้สามารถยิงให้เข้าหัวเป้าหมายได้ไม่ยาก ที่สำคัญปืนกระบอกนี้ไม่จำกัดยศ ส่วน AUG A3 นั้นจำกัดยศที่ต้องใช้ ทำให้ปืนกระบอกนี้ แม้จะเป็นผู้เล่นที่เล่นใหม่ก็สามารถหามาใช้ได้ไม่ยากครับ ปัญหาเพียงอย่างเดียวของปืนกระบอกนี้คือ กระสุนมีน้อยไปหน่อย ยิงรัวไม่ถึง 3 วินาที ก็หมดแม็กแล้ว ถ้าคนที่ใช้ยิงไม่เป็น กราดมั่ว ก็มีโอกาสโดนยิงสวนนอนกอดปืนตัวเองลงไปนอนได้ง่ายๆ ครับ
        โดยรวมแล้ว ผมถือว่า FAMAS G2 นั้นในระยะประชิด ทำผลงานได้ดี จนอาจจะดีกว่า AUG A3 ด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าใครอยากรู้ว่า FAMAS G2 นี้มันดีจริงไหม ก็ลองหามาใช้กันดูนะครับ ฉบับนี้ลาไปก่อน บะบาย
by LaFezTer